• bannerz

ฐานข้อมูลด้านการเกษตร


จังหวัดสตูล


1. สภาพทั่วไป


          จังหวัดสตูล เป็นจังหวัดใต้สุดของประเทศไทยด้านฝั่งอันดามัน ห่างจากกรุงเทพฯ 973 กิโลเมตร โดยมีเนื้อที่

ประมาณ 2,807.522 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,754,701 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัด ตรัง สงขลา รัฐเปอร์ลิส

และรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย

          ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 รวมทั้งสิ้น 315,923 คน ชาย 157,258 คน หญิง 158,665 คน จำนวนครัวเรือน

98,604 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ ๗๐.๘๖ ศาสนาพุทธ ร้อยละ ๒๙.๐๙ และศาสนาอื่น ๆ ร้อยละ

๐.๐5 มีมัสยิด ๒93 แห่ง วัด 40 แห่ง โบสถ์ ๓ แห่ง ศาลเจ้า ๓ แห่ง และ ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำ

มัสยิด 203 ศูนย์ มีพระภิกษุ ๒๙๓ รูป สามเณร ๓๕ รูป มีอิหม่าม ๒๙๓ คน

2. การเมืองการปกครอง


          แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ36 ตำบล279 หมู่บ้าน มีหน่วยงานส่วนภูมิภาค 33 หน่วยงาน ส่วนกลาง 50

หน่วยงาน และรัฐวิสาหกิจ 13 หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 7

แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล34 แห่ง 51 ชุมชน

3. เศรษฐกิจ


          โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดสตูล ขึ้นอยู่กับสาขาเกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ เป็นหลัก โดยมี

สัดส่วนร้อยละ 28.6 สาขาการผลิตที่มีความสำคัญรองลงมาได้แก่ สาขาประมงมีสัดส่วน ร้อยละ 16.2 สาขาการขายส่ง

ขายปลีกมีสัดส่วนร้อยละ 10.8 สาขาขนส่งมีสัดส่วนร้อยละ 10.2 และ สาขาอื่น ๆ ร้อยละ 34.2 ตามลำดับ ผลิตภัณฑ์

มวลรวมจังหวัดสตูล (GPP AT CURRENT MARGET PRICES) ปี 2557 มีมูลค่าเท่ากับ 31,191 ล้านบาท

คิดเป็นร้อยละ 0.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ (GDP) คิดเป็นร้อยละ 2.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้

          การเกษตรกรรม 

              การเพาะปลูก

          จังหวัดสตูล มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,754,701 ไร่ เป็นพื้นที่ถือครองเพื่อทำการเกษตรทั้งสิ้น 635,847 ไร่ คิดเป็น

ร้อยละ 36.24 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด มีครัวเรือนเกษตรกร 46,375 ครัวเรือน พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสตูล

อันดับ 1 ได้แก่ ยางพารา มีเนื้อที่ปลูก 432,672 ไร่ รองลงมาได้แก่ ปาล์มน้ามัน เนื้อที่ปลูก 106,251 ไร่, ข้าว 26,216

ไร่ และไม้ผล เช่นลองกอง เนื้อที่ปลูก 4,528 ไร่ ทุเรียน เนื้อที่ปลูก 3,167 ไร่, เงาะ เนื้อที่ปลูก 2,666 ไร่ , มังคุด

เนื้อที่ปลูก 955 ไร่ เป็นต้น  

              การประมง

          จังหวัดสตูล มีมูลค่าผลผลิตด้านการประมงประจาปี2558 มูลค่าทั้งสิ้น 5,196.20 ล้านบาท โดย สาขาที่มูลค่า

สูงสุด 3 อันดับแรก คือการประมงพาณิชย์ 2,407.05 ล้านบาท รองลงมาคือ การเลี้ยงกุ้งทะเล 1,461.53 ล้านบาท

และประมงพื้นบ้าน 971.55ล้านบาทตามลำดับ จังหวัดสตูล มีดัชนีชี้วัดการเติบโตมูลค่าภาคการการผลิตทางการประมง

พบว่ามี 3 อันดับแรกที่สำคัญ คือ การประมงพาณิชย์ มีสัดส่วนร้อยละ 46.32 รองลงมาคือการเลี้ยงกุ้งทะเล ร้อยละ

28.13 และการประมงพื้นบ้าน ร้อยละ 18.70 ตามลำดับ

          จังหวัดสตูล มีครัวเรือนประมงพื้นบ้านแยกตามเครื่องมือทำการประมงได้ 3,281 ครัวเรือน ประกอบด้วยเครื่อง

มือประมงอวนติดตา 2,375 ราย รองลงมา เครื่องมือลอบ 444 ราย และ โพงพาง 354 ราย ตามลำดับ

          จังหวัดสตูล มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 144.8 กิโลเมตร มีเกาะจานวนมาก มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้มี

ทรัพยากรสัตว์น้าที่อุดมสมบูรณ์ มีเรือที่ทำการประมงประเภท เรือประมงพื้นบ้าน 2,425 ล า แรงงาน 4,850 ราย

เรือประมงพาณิชย์ 458 ลำ มีแรงงานประมงพาณิชย์ 4,222 ราย (แรงงานไทย 2,513 ราย แรงงานต่างด้าว

1,709 ราย)

          จังหวัดสตูล มีเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ณ ปี 2558 จำนวน4,319 ราย มีพื้นที่การเลี้ยงรวม 12,514.63 ไร่

ประกอบด้วย การเลี้ยงกุ้งทะเล 464 ฟาร์ม พื้นที่ 8,887.12 ไร่ รองลงมาการเลี้ยงสัตว์น้ากร่อย ประกอบด้วยการ

เลี้ยงปลาในบ่อดินและกระชัง จำนวน 1,812 ฟาร์ม พื้นที่ 2,622.44 ไร่ และการเลี้ยงปลาน้าจืดส่วน ใหญ่เป็นปลานิล

ปลาดุก และปลากินพืช 2,043 ฟาร์ม พื้นที่ 1,005.08 ไร่ 

              ปศุสัตว์

          จังหวัดสตูลมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จำนวนกว่า 16,075 ราย จำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยง สัตว์สูงสุดอยู่ในพื้นที่

อำเภอละงู จำนวน 3,383 ราย รองลงมา คือ อำเภอเมืองสตูล จำนวน 3,374 ราย และอำเภอท่าแพ จำนวน2,472 ราย

ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย จำนวนสัตว์ที่ เลี้ยงต่อครัวเรือนมีน้อยและมักเลี้ยงแบบปล่อย มีการพึ่งพา

อาศัยธรรมชาติในการเลี้ยง โดยเกษตรกรผู้เลี้ยง ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักและเลี้ยงสัตว์เป็น

อาชีพเสริม มีการใช้พื้นที่การเกษตรอื่นๆ เช่น สวนยางพารา สวนปาล์ม สวนผลไม้ ไร่นา ในการเลี้ยงสัตว์ซึ่งจะไม่แยก

ออกมาชัดเจน เกษตรกร ไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการปลูกพืชอาหารสัตว์ มีพื้นที่ปลูกหญ้าพืชอาหารสัตว์เพียง

4,232.75 ไร่ 


          จังหวัดสตูล มีแหล่งสนับสนุนการเลี้ยงสัตว์ภายในจังหวัด โดยภาครัฐมีหน่วยผสมเทียมของ กรมปศุสัตว์ 7

หน่วยมีโรงฆ่าสัตว์ใหญ่ (โค) 1 แห่ง โรงฆ่าสัตว์สุกร 1 แห่ง และโรงฆ่าสัตว์ปีก 2 แห่ง และสถานที่กักกันสัตว์ 3 แห่ง

ของทางราชการ 1 แห่ง และเอกชน 2 แห่ง 


              การอุตสาหกรรม

          จังหวัดสตูลมีโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ (สะสม) ณ วันที่ 31 เดือนธันวาคม 2558 จำนวนทั้งสิ้น

315 โรงงาน เงินลงทุนรวม 3,712.39 ล้านบาท และมีจานวนคนงาน 4,425 คน ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก

เพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น

          อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก ของจังหวัดสตูล ดังนี้

      (1) อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ประกอบด้วย การแปรรูปไม้ยางพารา ทำวงกบ ประตู หน้าต่าง ปัจจุบันมี

จำนวนโรงงานทั้งสิ้น 33 โรงงาน เงินลงทุน 602.14 ล้านบาท คนงาน 1,398 บาท

      (2) อุตสาหกรรมอาหาร ประกอบด้วย การสกัดน้ามันปาล์มดิบ การผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋อง และทาน้าแข็ง

ตามลำดับ ปัจจุบันมีจานวนโรงงานทั้งสิ้น 27 โรงงาน เงินลงทุน 375.65 ล้านบาท คนงาน 1,672 คน

      (3) อุตสาหกรรมยาง ประกอบด้วย การผลิตยางแท่งมาตรฐาน STR 20 และยางผสม (Compound Rubber)

ทำยางแผ่นผึ่งแห้ง/รมควัน ตามลำดับ ปัจจุบันมีจานวนโรงงานทั้งสิ้น 28 โรงงาน เงินลงทุน 361.31 ล้านบาท คนงาน

259 คน 

              การพาณิชย์

          ส่วนใหญ่เป็นการค้าส่งและค้าปลีกในสาขาเกษตรกรรมที่เกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร และ เนื่องจาก

จังหวัดสตูลมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย จึงมีการค้าชายแดนระหว่างไทย – มาเลเซีย โดยมีช่องทางผ่าน

เข้า – ออก 2ช่องทาง คือ ด่านศุลกากรสตูล และด่านศุลกากรวังประจัน

          สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ หอมหัวเล็ก, อิฐก่อสร้าง, น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์, สับปะรดสด ฝรั่งสด,

แตงกวาสด, กะหล่ำปลีสด, หมอน, ขวดเปล่าใช้แล้ว, กล้วยสด และแตงโมสด สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ กระเทียม,

หอมหัวใหญ่, ปลากะพงขาวแช่เย็น, นมผงเต็มมันเนย, ส่วนประกอบเครื่องบีบปาล์ม, แมงดาทะเลสด, หอยจุ๊บแจง

มีชีวิต, แป้งข้าวสาลี, เปลือกหอยตาวัว (ยังไม่ได้ตกแต่ง) และเคย หมักเกลือ ปี 2558 จำนวน 308.88 ล้านบาท

มูลค่าสินค้าส่งออก 149.82 ล้านบาท และมูลค่าสินค้านำเข้า159.06 ล้านบาท (ดุลการค้า -9.24 ล้านบาท) 


              การท่องเที่ยว

         จังหวัดสตูล เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม มีความโดดเด่นในแหล่ง ท่องเที่ยวทาง

ธรรมชาติ จึงเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ถึงแม้ว่าจะมีข้อจากัดในเรื่องฤดูกาลในการท่องเที่ยว ก็ตาม แต่ไม่ได้ส่งผล

กระทบต่อภาพรวมของท่องเที่ยวภายในจังหวัดสตูลมากนัก ดังนั้นการท่องเที่ยวของสตูล ยังคงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น

เรื่อยๆ ซึ่งตลาดหลักยังคงเป็นผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปยัง เกาะตะรุเตา และบางส่วนใช้

จังหวัดสตูลเป็นทางผ่านไปยังเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ในปี 2557 มีนักท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้น 1,224,234 คน

สามารถทำรายได้ให้กับจังหวัดประมาณ 6,287.95 ล้านบาท มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สถาน

แห่งชาติจังหวัดสตูล (คฤหาสน์กูเด็น) มัสยิดกลางประจำ จังหวัด อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติทะเลบัน

เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะน้ำตกวังสายทอง น้าตกธาราสวรรค์ ถ้าเจ็ดคตถ้าภูผาเพชร ถ้าเลสเตโกดอน เป็นต้น

              ผลิตภัณฑ์ OTOP

          ผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นของจังหวัดสตูล ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากไข่มุก (พื้นที่ อ.ทุ่งหว้า,ท่าแพ,สาคร ,ละงู

ระดับ 5 ดาว 2 กลุ่ม, ระดับ 4 ดาว 1 กลุ่ม ระดับ 1 ดาว 5 กลุ่ม) เครื่องดื่ม (ชาชัก) (พื้นที่ อ.เมืองสตูล ร้านขอบคุณ,

กาแฟ ต.บ้านควน, ร้านเตอบิลัง เกาะหลีเป๊ะ เป็นแบบกาแฟชักเย่อ) ขนมพื้นบ้าน (พื้นที่อำเภอ ควนโดน ขนมไข่

ระดับ 5 ดาว 1 กลุ่ม) และผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ (พื้นที่ อ.ควนโดน) มูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนและ OTOP ในปี 2558

จำนวน660,204,608 บาท ซึ่งมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีผ่านมา

4. สังคมและวัฒนธรรม 


          สถานภาพแรงงานของประชากรจังหวัดสตูล ในช่วงปี 2552-2558 มีสัดส่วนผู้อยู่ในกาลัง แรงงานเฉลี่ยต่อ

ประชากรคิดเป็นร้อยละ 55.77 โดยเป็นผู้มีงานทำเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 98.61 ของกำลังแรงงาน ในภาพรวมของ

จังหวัดสตูล พบว่ากำลังแรงงานในจังหวัดยังขาดทักษะด้านภาษา และ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะภาษาไม่

มากนักในขณะที่การผลิตบุคลากร/การฝึกอบรมยังไม่สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดแรงงาน ภาคการผลิตใน

จังหวัดเองก็มีความขาดแคลนแรงงานระดับล่างและแรงงาน ที่ มีทักษะฝีมือตามมาตรฐานในบางสาขา ในขณะที่กาลัง

แรงงานเองยังคงมีการเคลื่อนย้ายไปทำงานยังจังหวัด ใหญ่ ทั้งนี้แนวโน้มของตลาดแรงงานในจังหวัดสตูลทั้งภาค

อุตสาหกรรมและภาคเกษตรต่างมีความต้องการและ มีความสามารถในการรองรับแรงงานในพื้นที่ได้เป็นจานวนมาก


      การศึกษา ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สรุปได้ดังนี้

      ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เฉพาะโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ใน 5 กลุ่มสาระวิชา

สาระวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ สังคมศึกษา โดยมีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 49.01 รองลงมาคือ ภาษาไทย มีคะแนน

เฉลี่ยร้อยละ 48.01 และสาระวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ าสุดคือ ภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 34.72 มีคะแนนรวม

เฉลี่ยร้อยละของทุกวิชา 42.63 เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน รวมเฉลี่ยร้อยละของทุกวิชากับปีการศึกษา 2557 พบว่า

สูงขึ้นร้อยละ 3.42 

      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนในสังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ใน 5 กลุ่มสาระวิชา

สาระวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ สังคมศึกษา โดยมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 41.80 รองลงมาคือ ภาษาไทย มีคะแนน

เฉลี่ยร้อยละ 39.50 และสาระวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำาสุดคือ ภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 26.40 มีคะแนนรวม

เฉลี่ยร้อยละของทุกวิชา 33.60 เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน รวมเฉลี่ยร้อยละของทุกวิชากับปีการศึกษา 2557 พบว่า

สูงขึ้นร้อยละ 2.18

       สาธารณสุข โรงพยาบาลของรัฐรวม 7 แห่ง เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 186 เตียง 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน

ขนาด 60 เตียง 1 แห่ง ขนาด 30 เตียง 5 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล54 แห่ง ศูนย์สุขภาพชุมชน 4 แห่ง

มีแพทย์ 73 คน อัตรา : ประชากร (1: 4,302 คน) ทันตแพทย์ 36 คน อัตรา: ประชากร (1:8,724 คน) เภสัชกร

50 คน อัตรา : ประชากร (1:6,543 คน) และมีพยาบาล 759 คน อัตรา : ประชากร (1:414 คน) โดยมีสถานบริการ

ที่ให้บริการในคลินิกแพทย์ 33 แห่ง คลินิกทันตกรรม11 แห่ง การพยาบาลและผดุงครรภ์ 22 แห่ง คลินิกแพทย์แผน

ไทย 1 แห่ง และร้านขายยา 61 แห่ง (ขายยา แผนโบราณ 10 แห่ง)

ปฏิทิน ตารางกิจกรรม

21994
TodayToday4
YesterdayYesterday28
This_WeekThis_Week61
This_MonthThis_Month694
All_DaysAll_Days21994

สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสตูล
838/1 หมู่ 4 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล 91000
Email nfc.nfcsatun@gmail.com โทรศัพท์ 074 - 722449-50 Fax 074 - 722449

เมนู